จุดวิกฤตที่ต้องสังเกตของงบการเงินทั้ง 4 ประเภท
โดย
 |
| |
จุดวิกฤตที่ต้องสังเกตของงบการเงินทั้ง 4 ประเภท
|
1. งบฐานะการเงิน (Statement of Financial Position) แสดงความมั่นคงของกิจการ ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง ประกอบด้วย สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ บอกให้รู้ว่ากิจการมีโครงสร้างเงินทุนอย่างไร นำเงินไปลงทุนในอะไรบ้าง และมีภาระหนี้สินมากน้อยเพียงใด • จุดวิกฤตที่ต้องสังเกต: o หนี้สินระยะสั้นมีมากกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน (เสี่ยงขาดสภาพคล่องระยะสั้น) o สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ตีมูลค่าสูงเกินจริง o อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสูงเกินไป
2. งบกำไรขาดทุน (Income Statement) สรุปผลการดำเนินงานของกิจการในช่วงเวลาที่กำหนด ว่ามีรายได้ ค่าใช้จ่าย และกำไร/ขาดทุนสุทธิเท่าใด สะท้อนความสามารถในการแข่งขัน การควบคุมต้นทุน และการทำกำไร • จุดวิกฤตที่ต้องสังเกต: o รายได้หลักลดลงต่อเนื่อง o กำไรสุทธิลดลงสวนทางกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น (คุมต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการขาย-บริหารไม่ได้) o รายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากธุรกิจหลัก (เป็นการขายสินทรัพย์เพื่อจัดตกแต่งตัวเลขกำไร)
3. งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) แสดงการรับและจ่ายเงินสดของกิจการ แบ่งเป็น 3 กิจกรรมหลัก: ดำเนินงาน, ลงทุน, และจัดหาเงิน ถือว่าเป็น "เส้นเลือดใหญ่" ของธุรกิจ เพราะกิจการอาจมีกำไรทางบัญชีแต่ไม่มีเงินสดจ่ายเจ้าหนี้ได้ • จุดวิกฤตที่ต้องสังเกต: o กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ: เป็นสัญญาณอันตรายขั้นวิกฤต แปลว่าธุรกิจหลักยังหาเงินสดเข้ามาไม่ได้ o กระแสเงินสดจากการลงทุนติดลบมากเกินไป: หากลงทุนเกินตัวอาจกระทบสภาพคล่อง o กู้เงินมาจ่ายเงินปันผล
4. งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น (Statement of Changes in Equity) รายงานการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของส่วนของเจ้าของ (ทุน) ในช่วงเวลาหนึ่ง แสดงถึงกำไรสะสม การเพิ่มทุน และการจ่ายเงินปันผล • จุดวิกฤตที่ต้องสังเกต: การลดลงอย่างต่อเนื่องของกำไรสะสม ซึ่งอาจเกิดจากการขาดทุนสะสม หรือการจ่ายปันผลสูงเกินกว่ากำไรที่ทำได้จริง
|
|
|