VAT กับมูลค่าฐานภาษี

โดย

 


 
VAT กับมูลค่าฐานภาษี


   
ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะประกอบธุรกิจขายสินค้า ให้บริการ หรือนำเข้าที่มีรายรับตั้งแต่ 1,800,000 บาทต่อปีขึ้นไป ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อจุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อหรือผู้รับบริการ และต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อจุดความรับผิดเกิดขึ้น การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้าหรือให้บริการจะคำนวณจาก “มูลค่าฐานภาษี”
     ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการ หมายถึง มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ รวมทั้งภาษีสรรพสามิต (ถ้ามี) ด้วย
     มูลค่าของฐานภาษี ให้หมายความถึงเงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือประโยชน์ใด ๆ ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ดังนั้นฐานภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งหมายรวมถึง
     1. เงิน หากผู้ประกอบการได้รับเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน จะต้องนำจำนวนเงินดังกล่าวที่ได้รับมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มและนำส่งกรมสรรพากรเมื่อจุดความรับผิดเกิดขึ้น เช่น เงินมัดจำ เงินล่วงหน้า หรือเงินจอง ต้องนำเงินดังกล่าวที่รับทั้งหมดหรือบางส่วนมารวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม
     ข้อสังเกต หากเงินที่ได้รับไม่ใช่ค่าสินค้า หรือค่าบริการ หรือค่าตอบแทน เช่น เงินให้เปล่า เงินรางวัล บัตรของขวัญ บัตรกำนัล ไม่ถือเป็นมูลค่าของฐานภาษี ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
     2. ทรัพย์สิน ในกรณีผู้ประกอบการมีการแลกเปลี่ยนทรัพย์สินระหว่างกัน เช่น นำทรัพย์สินเก่ามาแลกทรัพย์สินใหม่ มูลค่าของทรัพย์สินที่นำมาแลกเปลี่ยนกันถือเป็นมูลค่าของฐานภาษี ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยและต้องไม่ต่ำกว่าราคาตลาด
   3. ค่าตอบแทน การให้ค่าตอบแทนจากการขายสินค้าหรือค่าบริการ เช่น ค่านายหน้า จะต้องนำมูลค่าดังกล่าวมารวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี
     4. ค่าบริการ การให้บริการด้วยแรงงาน รวมถึงสินค้าที่ใช้ในการให้บริการ จะต้องนำมูลค่าทั้งหมดมารวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี เช่น อู่ซ่อมรถยนต์คิดค่าแรงพร้อมอะไหล่กับลูกค้า ต้องนำมูลค่าทั้งหมดมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
     5. ประโยชน์ใดๆ ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า แต่เป็นบริการ เช่น ผู้ประกอบกิจการสนามกอล์ฟ ซึ่งต้องนำมูลค่าทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการให้บริการ ไม่ว่าจะเรียกเก็บในลักษณะเป็นเงินค่าสมาชิก เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกัน ทั้งที่เกิดจากการผ่อนชำระหรือชำระครั้งเดียว มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามประมวลรัษฎากรด้วย โดยถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการเกิดขึ้นในขณะได้รับชำระเงินดังกล่าว ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่มีรายการครบถ้วนให้แก่ผู้รับบริการ


จากบทความ : ภาษีมูลค่าเพิ่มกับฐานภาษี โดย : สมเดช โรจน์คุรีเสถียร/
Section : Tax Talk /Column : Tax & Accounting อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่...
วารสาร CPD & Account ปีที่ 23 ฉบับที่ 268 เดือนเมษายน 2569

 
 


FaLang translation system by Faboba