ภารกิจหลักและบทบาทของานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน
โดย
 |
| |
ภารกิจหลักและบทบาทของานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน
|
สัมภาษณ์พิเศษ ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในประเด็น “ทิศทางเศรษฐกิจปี 2569 นโยบายการคลัง มาตรการสนับสนุนธุรกิจ และโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย” ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมจากการทำงานด้านภาษีอากรและการคลังมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี ผ่านการดำรงตำแหน่งระดับสูงในหลายหน่วยงานสำคัญของกระทรวงฯ อาทิ รองอธิบดีกรมสรรพากร ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี และรองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะที่ผมได้มีโอกาสรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือที่เรารู้จักในนามของ สศค. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านนโยบายการคลังของประเทศ ประกอบด้วย 1) นโยบายการคลัง 2) นโยบายภาษี 3) นโยบายเศรษฐกิจมหภาค 4) นโยบายระบบการเงินและสถาบันการเงิน 5) นโยบายการออมการลงทุน 6) นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 7) นโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน และ 8) นโยบายระบบการคุ้มครองผลประโยชน์ทางการเงินสำหรับงานด้านนโยบายนั้น ปัจจุบัน สศค. มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจไทย ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ที่สำคัญดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 : รักษาวินัยการเงินการคลังและเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยสนับสนุนการดำเนินมาตรการทางการเงินการคลังโดยรักษาวินัยการเงินการคลัง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ พัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงด้านการคลังอย่างครบถ้วนและครอบคลุมทุกภาคส่วน และสร้างความเข้มแข็งการคลังท้องถิ่น ยุทธศาสตร์ที่ 2 : ส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ ผ่านการส่งเสริมการพัฒนาระบบการเงิน พัฒนานวัตกรรมทางการเงินเพื่อเพิ่มโอกาสและความเข้มแข็งให้ SMEs และเกษตรกร สนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงการค้า การเงิน และการลงทุนในภูมิภาค รวมทั้งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและยั่งยืนผ่านเครื่องมือทางการเงินการคลังและความร่วมมือระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 3 : สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก พัฒนาระบบการออมเพื่อการเกษียณให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพียงพอ ขับเคลื่อนแผนพัฒนาทักษะทางการเงินให้แก่ประชาชน ตลอดจนเสนอแนะมาตรการทางการคลังเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ยุทธศาสตร์ที่ 4 : ส่งเสริมบทบาท พัฒนาความร่วมมือ และให้ความรู้แก่สาธารณชน โดยการส่งเสริมบทบาทเชิงรุกและพัฒนาเครือข่ายที่เข้มแข็งร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมบทบาทของไทยในเวทีความร่วมมือการเงินการคลังระหว่างประเทศ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร มาตรการเศรษฐกิจการคลัง และผลงานเชิงวิชาการ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน ยุทธศาสตร์ที่ 5 : พัฒนาองค์กรให้ทันสมัย ยึดหลักธรรมาภิบาล ผ่านการส่งเสริมความเป็นเลิศด้านทรัพยากรบุคคล ส่งเสริมงานวิจัย พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม เสริมศักยภาพขององค์กรด้วยนวัตกรรมข้อมูลและฐานข้อมูล พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พัฒนาระบบบริหาร และการตรวจสอบให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
ในปี 2568 ที่ผ่านมา สศค. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกำหนดนโยบายเศรษฐกิจการคลังที่สมดุลระหว่างการพยุงเศรษฐกิจระยะสั้นและการยกระดับศักยภาพระยะยาว ผ่านการวางนโยบายบนฐานข้อมูลจริง รักษาเสถียรภาพมหภาค และประสานนโยบาย Quick Big Win ซึ่งประกอบไปด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่ เสาหลักที่ 1 กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เสาหลักที่ 2 ลดภาระหนี้ประชาชน เสาหลักที่ 3 ส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) เสาหลักที่ 4 ความมั่นคงทางการเงินเพื่อประชาชน เสาหลักที่ 5 ลงทุนเพื่ออนาคต โดยทุกโครงการต้องสอดคล้องอยู่ภายใต้ฐานรากเดียวกันซึ่งก็คือกรอบวินัยการคลัง เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลสูงสุดต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ ภายใต้บริบทเศรษฐกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวนทั้งจากปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องมีทั้งความยืดหยุ่นและความรอบคอบ เพื่อให้สามารถรับมือความเสี่ยงระยะสั้นได้และสร้างรากฐานระยะยาวไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน
|
จากสัมภาษณ์พิเศษ ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง “ทิศทางเศรษฐกิจปี 2569 นโยบายการคลัง มาตรการสนับสนุนธุรกิจ และโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย” Section: Cover Story / Column: Cover Story / อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ได้ที่...วารสารเอกสารภาษีอากร ปีที่ 45 ฉบับที่ 532 เดือนมกราคม 2569 หรือสมัครสมาชิก “วารสารเอกสารภาษีอากร” เพื่อรับสิทธิอ่านและสืบค้นบทความ ผ่านระบบ e- Magazine Index
|
|
| |
| |
|
|

|