ทำไม HR ต้องรับบท Chief Trust Officer
โดย
 |
| |
ทำไม HR ต้องรับบท Chief Trust Officer
|
ในช่วงเวลาที่องค์กรต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมากมาย ตั้งแต่กระแสการเลิกจ้างแบบฉับพลัน การปรับโครงสร้างเพื่อรองรับเทคโนโลยี AI ไปจนถึงการแข่งขันแย่งชิงคนเก่งที่รุนแรงขึ้น สิ่งที่พนักงานกำลังมองหาท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ไม่ใช่นโยบายฉบับใหม่ แต่คือ เสียงที่พวกเขาไว้วางใจได้ ซึ่งเสียงนั้นมักไม่ใช่เสียงของผู้บริหารระดับสูงเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเป็นเสียงของ HR ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานระหว่างความจริงทางธุรกิจกับความรู้สึกของคนทำงาน เพราะหลายครั้งวิกฤตในองค์กรไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่เกิดจากความสั่นคลอนในใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากความกลัวและความไม่มั่นใจ ซึ่งหากขาดการจัดการที่ดี ความกังวลเหล่านี้จะแพร่กระจายเร็วกว่าวิธีการแก้ไขปัญหาใดๆ ความเหมาะสมประการแรกที่ทำให้ HR ต้องก้าวมารับบทบาทนี้ คือ ความสามารถในการมองเห็น ความจริงของระบบ และความจริงของมนุษย์ ไปพร้อมกัน ในขณะที่ฝ่ายอื่นอาจมองเห็นเพียงด้านใดด้านหนึ่ง HR กลับอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่รับรู้ทั้งข้อมูลเชิงโครงสร้าง นโยบายจากฝ่ายบริหาร และเสียงสะท้อนจากพนักงาน ทำให้สามารถจับสัญญาณของความไม่ไว้วางใจได้ก่อนใคร และสามารถออกแบบระบบเพื่อรองรับสถานการณ์ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามบานปลาย ประการต่อมา คือ บทบาทของ HR ในฐานะผู้สื่อสาร “ความหมาย” ขององค์กร ในยุคที่ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าอีเมลประกาศ และอารมณ์ความรู้สึกแพร่กระจายเร็วกว่าเหตุผล หน้าที่ของ HR จึงไม่ใช่เพียงแค่การส่งต่อข้อมูลตามหน้าที่ แต่ทำหน้าที่กำหนดรูปแบบและให้ความหมายของข้อมูลเหล่านั้น ภารกิจสำคัญ คือ การแปลถ้อยคำหรือนโยบายที่อาจดูแข็งกระด้าง เป็นกฎหมาย เป็นทางการจากผู้บริหาร ให้กลายเป็นภาษาที่มนุษย์เข้าใจได้ สัมผัสได้ และรับฟังได้ การสื่อสารที่ผ่านการกลั่นกรองด้วยความเข้าอกเข้าใจเช่นนี้ จะช่วยลดแรงต้าน ลดความตื่นตระหนก และสร้างความมั่นคงในใจพนักงานได้ดีกว่าการประกาศคำสั่งเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ HR ยังเป็นผู้กำหนดจังหวะอารมณ์ขององค์กร เพราะองค์กรที่เต็มไปด้วยความไว้วางใจนั้น ไม่ใช่องค์กรที่ปราศจากปัญหา แต่คือองค์กรที่สามารถรักษาสเถียรภาพทางอารมณ์ได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ตื่นตระหนกจนเกินเหตุเมื่อต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง และไม่ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำจนเกิดความหวาดระแวง HR คือ วาทยกรผู้ควบคุมจังหวะนี้ผ่านการสื่อสารที่เป็นระบบ รับฟังอย่างตั้งใจ และแสดงออกถึงความเป็นมนุษย์ในทุกข้อความที่สื่อสารออกไป การก้าวขึ้นสู่บทบาท Chief Trust Officer จึงไม่ได้หมายถึงการต้องสร้างตำแหน่งใหม่ในผังองค์กร แต่คือการยกระดับบทบาทเดิมให้กลายเป็นแกนกลางของวัฒนธรรมองค์กร HR จะไม่ได้เป็นเพียงผู้บริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอีกต่อไป แต่คือ ผู้ดูแลเสถียรภาพทางใจ และผู้นำทางความเชื่อมั่น เพราะภูมิทัศน์ของโลกการทำงานปี 2026-2027 องค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดอาจไม่ใช่องค์กรที่จ่ายผลตอบแทนแพงที่สุด แต่คือองค์กรที่พนักงานเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า พวกเขาจะไม่ถูกทิ้งให้เผชิญปัญหาเพียงลำพังในวันที่ยากลำบาก และ HR คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คำสัญญานั้นเกิดขึ้นจริง
|
บางส่วนจากบทความ : Chief Trust Officer บทบาทใหม่ของ HR ปี 2026 เมื่อ “ความไว้วางใจ” มีค่ามากกว่าเงินเดือน โดย : สราวุธ บูรพาพัธ / Section : HRM/HRD / Column : สนทนาประสา HR อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่...วารสาร HR Society ปีที่ 24 ฉบับที่ 277 เดือนมกราคม 2569
|
|
| |
| |
|
|

|