ข้อผิดพลาดทางการบัญชี
โดย
 |
ข้อผิดพลาดทั้งหลาย ไม่ควรเป็นเรื่องที่รอให้ระบบหรือขั้นตอนการตรวจสอบมาตรวจพบ แต่ควรได้รับการแก้ไขเชิงรุกและป้องกันอย่างยั่งยืนเพราะข้อผิดพลาดทางการบัญชีเหล่านี้อาจนำไปสู่ • การสูญเสียความน่าเชื่อถือในงบการเงินหรือความซื่อสัตย์ของผู้บริหารจากมุมมองของผู้ใช้งบการเงิน • การประเมินผลประกอบการที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ไม่ว่าโดยเจตนาหรือความเลินเล่อ • ความยุ่งยากในการตรวจสอบย้อนหลังด้วยความซับซ้อนของเหตุการณ์ในความผิดพลาดนั้น ๆ • แสดงให้เห็นถึงการด้อยประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายในจากการขาดการกำกับดูแลที่ดี
ข้อผิดพลาด หมายถึง การบันทึกข้อมูลทางบัญชีที่ไม่ถูกต้องในงบการเงิน และในบรรดาลักษณะของข้อผิดพลาดทางการบัญชีนั้นสามารถสรุปเป็นสาเหตุสำคัญ ๆ ได้ดังนี้ 1. การคำนวณไม่ถูกต้อง 2. การใช้หลักการบัญชีที่ไม่เหมาะสมกับรายการหรือเหตุการณ์ 3. การตีความข้อมูลผิดพลาดทั้งในรายการค้าหรือตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ตลอดจนปัจจัยที่กระทบต่อแบบจำลองทางการเงินที่ใช้ในการทดสอบรายการ 4. การละเลยหรือไม่รับรู้รายการที่ควรบันทึกไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนา ข้อผิดพลาดเหล่านี้ถือว่ามีผลทำให้งบการเงินในรอบระยะเวลานั้นแสดงรายการหรือข้อมูลทางการเงินไว้ไม่ถูกต้อง ควรมีการแก้ไขตามแนวทางในมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 8 (TAS 8) ที่ได้กำหนดวิธีการแก้ไขข้อมูล คือ การแก้ไขโดยการปรับปรุงย้อนหลัง (Retrospective Restatement - การแก้ไขงบการเงินของงวดก่อน ๆ เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต ทำให้งบการเงินแสดงข้อมูลที่ถูกต้อง) ซึ่งหากสามารถทำได้โดยไม่ก่อให้เกิดความยุ่งยากเกินควร (Impracticable) ต้องปรับปรุงงบการเงินของรอบระยะเวลาก่อนหน้าเพื่อให้สะท้อนข้อมูลที่ถูกต้อง
ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่เข้าเกณฑ์ TAS 8
 หากจะมาวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดต่าง ๆ ดังตัวอย่างที่ยกมานั้น จะพบว่า “Root Cause” ที่เป็นสาเหตุหลัก ๆ ของข้อผิดพลาดทางการบัญชีที่พบบ่อยมักจะเกี่ยวกับ 1. ความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) เช่น การพิมพ์ตัวเลขผิด เช่น พิมพ์ 50,000 แทน 5,000 หรือลืมบันทึกรายการ/บันทึกซ้ำ รวมถึงความเหนื่อยล้า ความเร่งรีบ ขาดสมาธิ 2. ความเข้าใจผิดในหลักการบัญชี เช่น บันทึกค่าใช้จ่ายวิจัยเป็นสินทรัพย์อันเกิดจากความไม่เข้าใจหรือตีความมาตรฐานที่ใช้ผิด เช่น TFRS (มาตรฐานรายงานทางการเงินไทย), TAS (มาตรฐานการบัญชีไทย) หรือ IFRS (มาตรฐานรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ) ตลอดจนการยึดหลักการทางภาษีเพื่อการบันทึกบัญชี 3. ระบบงานที่ล้าสมัยหรือไม่เชื่อมโยงกัน (Legacy Systems) เช่น ใช้ซอฟต์แวร์หลายระบบที่ไม่เชื่อมโยงกัน หรือการทำงานด้วยวิธีการแบบ Manual ที่ไม่มีการตรวจสอบซ้ำ 4. กระบวนการอนุมัติที่ซับซ้อนเกินไป ด้วยขั้นตอนอนุมัติหลายชั้น ไม่สอดคล้องกับลักษณะขององค์กรทำให้เกิดความล่าช้าและตกหล่น หรือขาดการควบคุมภายในที่ชัดเจน ทำให้การอนุมัติหรือการตรวจสอบไม่ได้มีการดำเนินการหรือมีการดำเนินการในเวลาที่ไม่เหมาะสม 5. การสื่อสารภายในที่ไม่ชัดเจน เช่น ข้อมูลระหว่างฝ่ายบัญชีและฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ตรงกัน หรือไม่มีการยืนยันข้อมูลก่อนบันทึก ซึ่งส่วนนี้ในหลาย ๆ ครั้งก็เกิดจากสาเหตุของระบบงานที่ไม่เชื่อมโยงกันด้วย 6. ขาดการตรวจสอบและกระทบยอดอย่างสม่ำเสมอ เช่น ไม่ทำการกระทบยอดบัญชีธนาคารหรือบัญชีลูกหนี้ หรือไม่ตรวจสอบรายการปรับปรุงหรือรายการค้างรับ/ค้างจ่าย 7. การประมาณการที่ไม่แม่นยำ หรือขาดความระมัดระวังในการพิจารณาปัจจัยตัวแปรในการประมาณการ เช่น การประมาณการค่าใช้จ่ายหรือรายได้ผิดพลาด การประมาณการโดยขาดหรือไม่มีหลักฐานสนับสนุนการประมาณการในแบบจำลองทางการเงินนั้น ๆ 8. การทุจริตหรือการบิดเบือนข้อมูล ในหลายๆ ครั้งข้อผิดพลาดทางบัญชีมักจะเกิดจากการบันทึกรายการเท็จเพื่อปกปิดผลประกอบการ ไม่ว่าโดยตัวนักบัญชีหรือฝ่ายจัดการของผู้ประกอบการเอง หรืออาจเกิดจากการพยายามให้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่โปร่งใส ไม่ว่าในขั้นตอนการขออนุมัติรายการจากผู้ถือหุ้นหรือฝ่ายจัดการ หรือการพยายามบิดเบือนข้อมูลกับเจ้าหนี้หรือสถาบันการเงิน เป็นต้น
|
จากบทความ : Trick & Tips แก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชี โดย : วิทยา เอกวิรุฬห์พร / Section : Accounting Style / Column : CPD Talk อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่...วารสาร CPD & Account ปีที่ 22 ฉบับที่ 263 เดือนพฤศจิกายน 2568
|
|
| |
| |
|
|

|