ทำไมบริษัทของผมจึง “ไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย” ฟรีแลนซ์
โดย
 |
| |
ทำไมบริษัทของผมจึง “ไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย” ฟรีแลนซ์
|
ประเด็นที่คนส่วนใหญ่เข้าใจคือ “ทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้างต้องหักภาษี 3%” ซึ่งพูดให้ตรงตามหลักกฎหมายภาษีที่ระบุไว้ในประมวลรัษฏากร ความจริงแล้วสิ่งที่เราเรียกกันว่า “การหัก 3%” เกิดขึ้นจากธรรมเนียมปฏิบัติของผู้ว่าจ้างที่ต้องการความสบายใจและป้องกันปัญหากับกรมสรรพากรมากกว่า มาตรา 50 (1) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปีแล้ว คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น ถ้าการหารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่ายตามความในวรรคก่อนไม่ลงตัว เหลือเศษเท่าใดให้เพิ่มเงินเท่าจำนวนที่เหลือเศษนั้นรวมเข้ากับเงินภาษีที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น เพื่อให้ยอดเงินภาษีที่หักรวมทั้งปีเท่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสียทั้งปี จากข้อกฎหมายที่กำหนดให้ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ดังนั้นถ้าหากการจ่ายเงินได้ให้กับฟรีแลนซ์เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2) เมื่อผู้จ่ายเป็น “นิติบุคคล” และผู้รับเป็น “บุคคลธรรมดา” เห็นได้ว่ากฎหมายกำหนดให้ต้องหักตามอัตราภาษีบุคคลธรรมดา ไม่ใช่ 3% ตายตัว และการจะหักกี่เปอร์เซ็นต์นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเงินได้สุทธิของผู้รับเงินเมื่อรวมทั้งปีมีจำนวนเท่าใด ซึ่งอาจไม่ต้องเสียภาษี หากคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 48 แล้วพบว่าเงินได้สุทธิไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษี แต่ในปัจจุบัน เพื่อความสะดวกผู้จ่ายเงินได้จึงเลือกหัก 3% ไว้ก่อน แล้วออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือที่เรียกว่า “ใบ 50 ทวิ” เพื่อให้ผู้รับเงินนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีตอนยื่นประจำปี หากฟรีแลนซ์ถูกหักเกินก็ขอคืนได้ หากถูกหักน้อยไปก็จ่ายเพิ่มส่วนต่างเอง มีหลายคนตั้งคำถามว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าฟรีแลนซ์คนไหนต้องเสียภาษีหรือไม่ต้องเสียภาษี ถ้ารับค่าจ้างจากหลายที่ แต่ไม่หักไว้ล่ะ แบบนี้จะมีปัญหาหรือไม่ คำตอบ คือ เรารับผิดชอบเฉพาะตามส่วนที่เราจ่ายเงินได้เท่านั้นครับ เพราะกฎหมายกำหนดให้ “ผู้จ่ายเงิน” มีหน้าที่หักจากเงินได้ที่ตัวเองจ่ายเท่านั้น ไม่ใช่ต้องไปสืบทราบว่าฟรีแลนซ์คนไหนมีรายได้เท่าไร หลักคิดง่าย ๆ ที่ผมใช้ทุกวันนี้คือ ถ้ารวมแล้วทั้งปีรายได้จากการว่าจ้างทั้งปีไม่เกิน 310,000 บาท ผมจะไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย เลย เหตุผลคือไม่อยากให้ฟรีแลนซ์เสียเปรียบ เพราะเงินที่ถูกหักไปแม้จะขอคืนได้ แต่หลายคนไม่ยื่นภาษีจึงกลายเป็นเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยสิ่งสำคัญคือ การมีระบบจัดการที่ถูกต้อง บันทึกทั้งพนักงานประจำและฟรีแลนซ์ในระบบจ่ายเงินเดือนพนักงานและลูกจ้าง สรุปรายการจ่ายผ่านแบบ ภ.ง.ด.1ก ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป พร้อมออกใบ 50 ทวิ สรุปยอดให้ฟรีแลนซ์ทุกปีเป็นหลักฐาน และขอย้ำอีกทีว่า หากท่านใดจะเลือกการหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ผมก็ไม่ได้มีปัญหากับท่านแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการชี้ให้เห็นว่าแนวคิดที่ว่านี้มาจากไหน ซึ่งอ้างอิงตามหลักที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้นเองครับ
|
จากบทความ : ประเด็นปัญหา “จ่ายเงินให้ฟรีแลนซ์” ที่ (คิดว่า) นักบัญชีควรรู้ โดย : TAX Bugnoms / Section : Tax Talk / Column : Tax Knowledge อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่... วารสาร CPD & Account ปีที่ 22 ฉบับที่ 262 เดือนตุลาคม 2568
|
|
| |
| |
|
|

|