แนวทางลดความเสี่ยงจากหนี้สูญ
โดย
 |
| |
แนวทางลดความเสี่ยงจากหนี้สูญ
|
การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทางการเงินที่ปรากฏบนงบฐานะการเงิน หรือผลการดำเนินงานที่แท้จริงนั้นสะท้อนถึงความเสี่ยงและวิธีการจัดการ แต่เมื่อเหตุการณ์การไม่ชำระหนี้ของลูกหนี้เดินทางมาถึงจุดที่อาจจะสิ้นสุดหรือเกือบสิ้นสุด สถานะหนี้ดังกล่าวเปรียบเสมือนเป็นหนี้สูญของธุรกิจ ซึ่งเป็นความเสียหายที่ใครก็ไม่อยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็อาจจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย เช่น การฟ้องคดี เพื่อให้อย่างน้อยสามารถได้รับกระแสเงินสดที่อาจจะยังเหลืออยู่ในส่วนสุดท้ายให้ยังคงได้รับกลับคืนมาแก่ธุรกิจได้ อย่างไรก็ดี เพื่อให้ธุรกิจสามารถบริหารความเสี่ยงจากหนี้สูญได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะลดผลกระทบในอนาคตเกี่ยวกับหนี้สูญได้ ธุรกิจอาจจะต้องใช้กลยุทธ์ในการจัดการ เช่นดังต่อไปนี้ วิเคราะห์สถานะลูกค้าก่อนให้เครดิต : ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของลูกค้าก่อนเสนอเครดิตเพื่อประเมินความสามารถในการชำระเงิน ด้วยการวิเคราะห์ฐานะการเงินและโอกาสทางธุรกิจของลูกค้า(ลูกหนี้) ว่ามีความสามารถในการหากระแสเงินสดทั้งปัจจุบันและอนาคตได้อย่างไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงในการไม่ได้รับชำระหนี้จากหนี้ที่เกิดขึ้นแล้วนั้น หรือหนี้อันเกิดจากเครดิตหรือวงเงินหนี้ที่ปล่อยสินเชื่อให้ไปในจำนวนที่สูงเกินกว่าเครดิตที่ลูกค้ามี ติดตามลูกหนี้อย่างสม่ำเสมอ : การใช้ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายขายกับลูกค้า (ลูกหนี้) จะช่วยให้การชำระเงินของลูกค้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย แต่เมื่อหันมาใช้ระบบอัตโนมัติหรือ ERP เพื่อติดตามกำหนดชำระเงินและแจ้งเตือนลูกค้าก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานของพนักงานได้ ส่วนนี้ก็จะช่วยให้การติดตามลูกหนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง กำหนดเงื่อนไขชำระเงินที่ชัดเจน : เช่น การกำหนดช่องทางการชำระเงินที่สะดวก เข้าถึงง่าย และการเสนอส่วนลดสำหรับการชำระเงินเร็ว หรือกำหนดค่าปรับสำหรับการชำระล่าช้า ก็จะช่วยให้ลูกค้าหรือลูกหนี้บริหารจัดการกระแสเงินสดได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพหนี้ของธุรกิจเองเช่นกัน ใช้เทคโนโลยีในการบริหารลูกหนี้ : เช่น AI เพื่อช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการชำระเงินและคาดการณ์แนวโน้มของลูกหนี้ ส่วนนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถพยากรณ์ถึงโอกาสที่จะไม่ได้รับชำระหนี้ได้แม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การจัดการฐานข้อมูลที่เกี่ยวกับลูกหนี้และการชำระเงินจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การใช้เทคโนโลยีนั้นจะเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง นอกจากนี้ ธุรกิจยังควรมีแนวทางจัดการกับลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นวันแรกที่มีนิติสัมพันธ์ วันที่ในรายงาน ตลอดจนภายหลังมีนิติสัมพันธ์ไปแล้ว ซึ่งเราจะเห็นผลลัพธ์เหล่านั้นในรูปแบบ เช่น ลูกค้าที่มีประวัติการชำระเงินล่าช้าเป็นปกติ หรือการชำระล่าช้าผิดปกติ หรือลูกหนี้ที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้อย่างแน่นอน แนวทางการจัดการดังกล่าว เช่น การประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า : ใช้ข้อมูลทางบัญชี ประวัติ และสถิติต่าง ๆ ช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มของลูกค้าว่าความเสี่ยงด้านเครดิตจะเป็นอย่างไร ในทางเพิ่มขึ้น ลดลง หรือคงเดิม ส่วนนี้หากสามารถใช้ Generative AI และ Machine Learning ช่วยในการวิเคราะห์ก็จะช่วยให้การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและทำนายโอกาสในการชำระหนี้ การประเมินความเสี่ยงของลูกค้าล่วงหน้ามีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น การตั้งค่าการชำระเงินล่วงหน้า : กำหนดให้ลูกค้าใหม่ต้องชำระเงินบางส่วนก่อน หรือใช้วิธีการชำระเงินที่มีหลักประกัน หรือการวางค้ำประกันหลักทรัพย์ ตลอดจนการเปิดบัญชีกระเป๋าเงิน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของกลุ่มลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงได้ในระดับหนึ่ง
|
จากบทความ : บริหารลูกหนี้การค้า สร้างสมดุลทางการเงิน โดย : วิทยา เอกวิรุฬห์พร / Section : Accounting Style / Column : CPD Talk อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่... วารสาร CPD & Account ปีที่ 21 ฉบับที่ 260 เดือนสิงหาคม 2568
|
|
| |
| |
|
|

|