ธุรกิจเสริมความงามและสุขภาพกับภาระภาษีที่ต้องระมัดระวัง
โดย
 |
| |
ธุรกิจเสริมความงามและสุขภาพกับภาระภาษีที่ต้องระมัดระวัง
|
การประกอบกิจการเสริมความงามและสุขภาพจะมีรายได้ทั้งที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หากเป็นการรักษาพยาบาล ณ สถานพยาบาลตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งประมวลรัษฎากรได้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) (ญ) แห่งประมวลรัษฎากร ที่กำหนดไว้ดังนี้ “(ญ) การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล” คำว่า “กฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล” ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 หากไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าวมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงกากรจำหน่ายยา อาหารเสริม หรือเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ให้แก่ผู้รับบริการหรือลูกค้าโดยตรง ไม่ผ่านการสั่งจากแพทย์ผู้รักษา ถือเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อจุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งออกใบกำกับภาษีให้กับผู้รับบริการหรือลูกค้าด้วย จุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจะแยกพิจารณาได้ดังนี้ (1) การขายสินค้า ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการ ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี ดังนั้นเมื่อจุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษี พร้อมส่งมอบใบกำกับภาษีให้กับผู้ซื้อ ต้องจัดทำรายงานภาษีมูลค่าเพิ่มให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ และยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่ว่าจะมีภาระภาษีที่ต้องชำระหรือไม่ก็ตาม หากธุรกรรมที่ธุรกิจเสริมความงามและสุขภาพได้มีการประกอบกิจการโดยขายเวชภัณฑ์ เช่น ยา อาหารเสริม วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยลูกค้าหรือคนไข้สามารถซื้อมาใช้เองได้โดยไม่ได้ผ่านการรักษาพยาบาลของแพทย์ ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหากมีรายได้ทั้งปีตั้งแต่ 1,800,000 บาทต่อปีขึ้นไป ธุรกิจเสริมความงามและสุขภาพหากมีการประกอบกิจการสถานออกกำลังกาย นวด สปา ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
|
จากบทความ : “ธุรกิจเสริมความงามและสุขภาพกับภาระภาษีที่ต้องระมัดระวัง” โดย : สมเดช โรจน์คุรีเสถียร/ Section : Tax Talk / Column : Tax & Accounting / อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่...วารสาร CPD & Account ปีที่ 21 ฉบับที่ 257 เดือนพฤษภาคม 2568
|
|
| |
| |
|
|

|