อนาคตแรงงานไทย หลัง “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” บังคับใช้ 1 ตุลาคม 2568
โดย
 |
| |
อนาคตแรงงานไทย หลัง “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” บังคับใช้ 1 ตุลาคม 2568
|
วารสาร HR Society ฉบับเดือนพฤษภาคม 2568 ได้รับเกียรติจากคุณพงศ์เทพ เพชรโสม รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มาพูดถึงมุมมอง “อนาคตแรงงานไทย” ทั้งในมิติของการคุ้มครอง การพัฒนา และการเตรียมความพร้อมให้สามารถแข่งขันได้บนเวทีโลก ควบคู่ไปกับการสร้างความเป็นธรรมในการทำงาน โดยเฉพาะความคืบหน้าของ “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
“กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” มีหลักการอย่างไร และมีข้อดีอะไรบ้างที่ลูกจ้างจะได้รับ “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างที่ค้างจ่าย โดยลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน และหากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งภายใน 30 วัน กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะเข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้น
ขณะเดียวกันกฎหมายในมาตรา 130 และมาตรา 131 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ได้บัญญัติให้มีการจัดเก็บเงินสมทบและเงินสะสมจากนายจ้างและลูกจ้าง เข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยเงินเหล่านี้จะจ่ายให้กับลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือเสียชีวิต โดยไม่คำนึงถึงสาเหตุการออกจากงาน ซึ่งแตกต่างจากกองทุนอื่นๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่มีเงื่อนไข เช่น ระยะเวลาการเป็นลูกจ้าง หรือการจัดเก็บที่มีอัตราตามที่ตกลงกัน
การจัดเก็บเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ในช่วงเริ่มต้น (จนถึงเดือนกันยายน 2573) จะเก็บเงินสะสมจากทั้งนายจ้างและลูกจ้างในอัตรา 0.25% ของค่าจ้าง โดยเงินนี้จะถูกจ่ายให้กับลูกจ้างหรือทายาทของลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือเสียชีวิต ซึ่งเป็นการคุ้มครองลูกจ้าง ไม่ว่าการออกจากงานจะเกิดจากสาเหตุใด หรือแม้ว่าลูกจ้างจะสิ้นสุดการเป็นลูกจ้างตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีเกษียณอายุ”
การใช้บังคับกฎหมาย “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” ให้เกิดขึ้นจริง กสร. มีแผนรับมือในการดำเนินการอย่างไร “เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จริง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้เตรียมความพร้อมในการจัดเก็บเงินกองทุนจากสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยมีฐานข้อมูลสถานประกอบการเหล่านี้แล้ว และกำลังเชื่อมโยงระบบการดำเนินงานกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อลดความยุ่งยากในการทำงาน ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2568 กสร. จะออกหนังสือหรือระเบียบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการที่เข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยการจัดเก็บเงินกองทุนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นภาระของนายจ้างในการหักเงินสะสมจากลูกจ้างและสมทบเข้ากองทุน กรมฯ จะอำนวยความสะดวกผ่านระบบธนาคาร แต่หากนายจ้างต้องการชำระเงินสด กรมฯ ก็มีความพร้อมรองรับเช่นกัน และตั้งแต่การประกาศพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับกองทุนนี้ ทั้งนายจ้างและลูกจ้างมีความสนใจอย่างมาก กสร. จึงจัดอบรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง และชมรมด้านการบริหารงานบุคคลในหลายจังหวัดได้เชิญวิทยากรในกรมฯ ไปให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและพนักงาน ซึ่งคาดว่าเมื่อถึงวันดำเนินการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นี้ กรมฯ มีความพร้อมในการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด”
|
บางส่วนจากบทความ : อนาคตแรงงานไทย หลัง “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” บังคับใช้ 1 ตุลาคม 2568 โดย : กองบรรณาธิการ / Section : - / Column : Cover Story อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่... วารสาร HR Society ปีที่ 23 ฉบับที่ 269 เดือนพฤษภาคม 2568
|
|
| |
| |
|
|

|