|
ในสภาพแวดล้อมการทำงานปัจจุบัน ทีมงานจำนวนมากต้องเผชิญกับแรงกดดันจากเป้าหมายที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ที่สะสมต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภาวะหมดไฟ (Burnout) ที่มีผลทำให้ความผูกพันต่อองค์กรลดลง และประสิทธิภาพในการทำงานถดถอย อย่างไรก็ตาม ภาวะหมดไฟไม่ได้เกิดจากงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเข้าใจและการสนับสนุน ไม่รู้สึกถึงคุณค่าของงานที่ทำ ขาดความภูมิใจเมื่องานสำเร็จ ดังนั้น การสื่อสาร บทสนทนา น้ำเสียง ท่าที และการตอบสนองของผู้นำ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดพลังใจ ความไว้วางใจ และความยืดหยุ่นของทีมได้
หลักสูตรนี้จึงออกแบบขึ้นเพื่อพัฒนาผู้นำให้สามารถใช้ “บทสนทนา” เป็นเครื่องมือใน “การสื่อสาร” เพื่อดูแลพลังใจ ลดความตึงเครียด ป้องกันภาวะหมดไฟ และพาทีมผ่านแรงกดดันและการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน
- แนวทางการสังเกตและรับรู้สัญญาณ Burnout ของตนเองและทีมงาน
- ลดภาวะ Burnout และความขัดแย้ง เพิ่มความยืดหยุ่น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
- เน้นบทสนทนาในชีวิตจริง นำไปใช้สื่อสารกับทีมได้อย่างมั่นใจและหวังผลได้
- อัดแน่นด้วยกิจกรรม / Workshop / Reflection / Experiential Learning ตลอดการอบรม
วิทยากรโดย อาจารย์วันเพ็ญ วิศาลบูชนีย์
หัวข้อสัมมนา
- สาเหตุของการเกิดแรงกดดันและภาวะหมดไฟของทีมที่ผู้นำต้องรู้
- ผู้นำกับการฟื้นตัว แรงกดดัน และภาวะหมดไฟของทีม(Understanding Resilience, Pressure & Burnout)
2.1 ความหมายและความสำคัญของการฟื้นตัว (Resilience) ในบทบาทผู้นำ
2.2 ความแตกต่างระหว่างความเครียด (Stress) และ ภาวะหมดไฟ (Burnout)
2.3 แรงกดดัน (Pressure) และภาวะหมดไฟ ส่งผลต่อทีมอย่างไร
2.4 จุดเปลี่ยนสำคัญของบทบาทผู้นำต่อการบริหารทีมเพื่อผ่านแรงกดดันและภาวะหมดไฟ
2.5 แนวทางการจับสัญญาณแรงกดดันและภาวะหมดไฟของตนเองและทีม
2.6 Leadership Burnout Self-Check: กิจกรรมการสำรวจภาวะหมดไฟ
- ผู้นำกับการดูแลตัวเอง จุดเริ่มต้นของการสื่อสารเพื่อบริหารทีม (Self Before Team)
3.1 ผู้นำ คือ ผู้ตรวจวัดอารมณ์ (Emotional Thermostat) ของทีม
3.2 Leader Shadow: อารมณ์ของผู้นำ ความสัมพันธ์ต่อบรรยากาศและพลังงานของทีม
3.3 Pause & Choose: หยุด คิด และเลือกคำพูดเพื่อการสื่อสารที่หวังผลทางบวก
- การสื่อสารเพื่อนำทีมก้าวข้ามผ่านแรงกดดัน ภาวะหมดไฟ และการเปลี่ยนแปลง
4.1 องค์ประกอบสำคัญของการสื่อสาร
4.2 ปัญหายอดนิยมสำหรับการสื่อสารในการทำงาน
- ความแตกต่างระหว่างบทสนทนาที่บั่นทอนVS บทสนทนาที่ฟื้นพลังทีม (Conversations That Drain vs Restore)
5.1 บทสนทนาที่บั่นทอนกำลังใจ
5.2 บทสนทนาที่ฟื้นพลังทีม
5.3 ลดความตึงเครียดและฟื้นพลังทีมด้วยการปรับเปลี่ยนเพื่อเปลี่ยนแปลง (Change Words-Change Results)
5.4 Workshop ฝึกปฏิบัติการสนทนาเพื่อฟื้นพลังให้ทีม
- การสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้ทีม(Psychological Safety in Action)
6.1 ความหมาย ความสำคัญ และประโยชน์ของพื้นที่ปลอดภัยทางใจ
6.2 พฤติกรรมผู้นำที่สร้างความปลอดภัยทางจิตใจ
6.3 ทีมกล้าพูด เมื่อผู้นำกล้าฟัง ด้วยเทคนิคการฟังและการสนับสนุนจิตใจของทีม
6.4 แนวทางการสื่อสารเพื่อเพิ่มการรับรู้คุณค่าของตนเองให้กับทีมงาน
6.5 Workshop ฝึกปฏิบัติการสื่อสารเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ
- การประยุกต์ใช้การดูแลตนเองสู่การดูแลทีม(Integration - From Self to Team)
7.1 ผู้นำกับการเป็นแบบอย่างของการฟื้นตัว (Resilience)
7.2 Resilient Leader System: 4 Pillars เพื่อการฟื้นตัว สิ่งที่ผู้นำต้องส่งต่อให้กับทีม
• คำพูด • อารมณ์ • โครงสร้างงาน • การมอบหมายงาน
7.3 แนวทางการปรับโครงสร้างงาน การแบ่งงาน และรูปแบบการทำงานเพื่อรักษาพลังงานของทีม
7.4 การส่งเสริมการทำงานแบบยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับสถานการณ์กดดันและการเปลี่ยนแปลง
- Personal Leadership Commitment: Workshop กำหนดแนวทางการเปลี่ยนแปลงตนเองของผู้นำ
|