ผู้เขียน: ปรานี สุขศรี
"ดูหมิ่น" หมายถึง การกระทำอันเป็นการสบประมาท ดูถูก เหยียดหยาม ด่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ตามความรู้สึกของผู้ดูหมิ่นเห็นว่า ผู้ถูกดูหมิ่นถูกลดคุณค่าลง ส่วนการกระทำอันถือเป็นการดูหมิ่นนั้นอาจกระทำด้วยวาจาหรือกิริยาก็ได้ เช่น เปลือยกายให้ของลับหรือกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น เขียนสบประมาทหรือด่า "ต่อสู้" หมายถึง การใช้กำลังขัดขืน ไม่ให้การกระทำตามอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานนั้นสำเร็จลง "ขัดขวาง" หมายถึง การกระทำใดๆ ที่ก่อให้เกิดอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานหรือทำให้ การปฏิบัติของเจ้าพนักงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก แม้กรณีดังกล่าวจะถือเป็นเกราะป้องกันการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ใช้ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ เพราะหากพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำความผิดต่อหน้าที่ของตน เช่น ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหาทรัพย์สินมาให้ตนหรือผู้อื่นหรือเรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้นั้นก็ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเช่นกัน ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น กรณีที่นายจ้างหรือผู้รับการตรวจอาจมีข้อสงสัยว่า บุคคลที่เข้ามาขอตรวจสถานประกอบการหรือยานพาหนะของท่านเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ หรือเป็นพวกมิจฉาชีพที่คอยหาโอกาสโดย
แอบอ้างเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้รับการตรวจควรที่จะขอดูบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจนั้น ก่อนที่จะให้ตรวจค้น ซึ่งหากบุคคลดังกล่าวไม่สามารถแสดงบัตรพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ นายจ้างหรือผู้รับการตรวจ มีสิทธิที่จะขัดขวางหรือไม่อนุญาตให้บุคคลดังกล่าวกระทำการตรวจค้นสถานประกอบการหรือยานพาหนะได้ การเป็นผู้รับการตรวจที่ดี คือ นายจ้างต้องอำนวยความสะดวกตามสมควรในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้านายจ้างเป็นผู้รับการตรวจที่ไม่ดี เช่น เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานประกอบการ ขัดขวางไม่ให้เข้าไปในสถานประกอบการ หรือไม่ยอมให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน กฎหมายประกันสังคมกำหนดมาตรการลงโทษไว้ว่า ผู้ที่ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ มีความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ๑๐. หน้าที่ให้ข้อเท็จจริงกับพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือสิ่งอื่นที่จำเป็น มาเพื่อประกอบการพิจารณา นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามภายในเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด ถ้าเพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ กฎหมายประกันสังคมก็ได้กำหนดมาตรการ ลงโทษไว้ว่าจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม หน้าที่นี้ไม่ใช่เฉพาะ นายจ้างเท่านั้นยังหมายความรวมถึงบุคคลอื่นใด ก็ได้ที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้มาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสาร หลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นใด เพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากฝ่าฝืนหรือเพิกเฉยก็ย่อมมีความผิดเช่นเดียวกัน การที่กฎหมายประกันสังคมได้กำหนดหน้าที่ให้กับนายจ้างมากมายดังกล่าวก็เป็นไปเพื่อการคุ้มครองและเป็นการสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้กับลูกจ้างของนายจ้างที่เป็นผู้ประกันตน ซึ่งถือเป็นสวัสดิการที่นายจ้างได้จัดให้กับลูกจ้างโดยรัฐได้เข้าไปมีบทบาทร่วมในการจัดสวัสดิการนั้น และถึงแม้กฎหมายประกันสังคมจะได้กำหนดบทลงโทษนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ไว้หลายประการ ก็ตาม นายจ้างก็มิใช่อาชญากรที่จะต้องถูกลงโทษรุนแรงถึงขั้นจำคุก เพราะนายจ้างที่เป็นผู้กระทำความผิดและไม่ควรได้รับโทษจำคุกหรือไม่ควรถูกฟ้อง เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมหรือ ผู้ว่าราชการจังหวัด อาจจะใช้อำนาจเปรียบเทียบความผิดให้กับนายจ้างหรือผู้กระทำผิดได้และ เมื่อนายจ้างหรือผู้กระทำผิดได้ชำระเงินค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้วก็จะถือว่าคดีนั้นเลิกกัน