DST IMG : Left Top
Dharmniti Seminnar And Trining .Co.,Ltd - Logo

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

DST : สาระทางวิชาชีพ
ใคร? คือนายจ้าง และนายจ้างมีหน้าที่อย่างไร? ในงานประกันสังคม [ตอนที่ 2]
 
โดย : กองบรรณาธิการ
ลงวันที่ : 2552-06-17
 
ผู้เขียน: ปรานี สุขศรี



          ๒.  จ่ายเงินสมทบในส่วนของนายจ้าง กฎหมายประกันสังคมกำหนดให้มีกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งเรียกว่า “กองทุนประกันสังคม” โดยให้นายจ้าง ผู้ประกันตนและรัฐบาล เป็นผู้จ่ายสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม โดยนายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบในอัตราที่เท่ากันกับลูกจ้าง ซึ่งปัจจุบันอัตรา

          เงินสมทบที่นายจ้างและผู้ประกันตนต้องจ่าย ก็คือ ๕% ของค่าจ้างของผู้ประกันตน ส่วนรัฐบาลต้องจ่ายในอัตรา ๒.๗๕% ของค่าจ้างของผู้ประกันตน โดยกำหนดเงินค่าจ้างขั้นสูงที่จะต้องนำมาคำนวณ
เงินสมทบ คือ ไม่เกินเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ฉะนั้น เงินสมทบที่นายจ้างต้องจ่ายสำหรับลูกจ้างแต่ละคนใน แต่ละเดือนจึงเป็นจำนวนไม่เกิน ๗๕๐ บาท เท่านั้น

          กรณีที่การคำนวณเงินสมทบแล้วมีเศษสตางค์ตั้งแต่ ๕๐ สตางค์ขึ้นไป ให้นับเป็น ๑  บาท แต่ถ้าน้อยกว่าให้ปัดทิ้ง ดังนั้น เมื่อคำนวณเงินสมทบแล้วมีเศษสตางค์  นายจ้างก็จะต้องนำเงินสมทบส่งเข้ากองทุนตามจำนวนที่ได้มีการปัดเศษสตางค์แล้วเท่านั้น    

          ๓.  หน้าที่หักค่าจ้างของลูกจ้างเท่ากับจำนวนที่ต้องนำส่งเป็นเงินสมทบ  ทุกครั้งที่นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้าง กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องหักค่าจ้างของลูกจ้างเท่ากับจำนวน ที่ต้องนำส่งเป็นเงินสมทบ และลูกจ้างไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธหน้าที่การจ่ายเงินสมทบและไม่มีสิทธิ ที่จะห้ามนายจ้างหักค่าจ้าง

          ๔. หน้าที่รับผิดใช้เงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน กรณีที่นายจ้างไม่ได้หักค่าจ้างของผู้ประกันตนไว้หรือนายจ้างหักเงินค่าจ้างของลูกจ้างไว้แล้ว แต่ไม่ได้นำส่งหรือส่งไม่ครบจำนวนตามที่ได้หักไว้  จะมีผลต่อนายจ้างและผู้ประกันตนคือนายจ้างต้องรับผิดในจำนวนเงินสมทบที่นายจ้างยังมิได้นำส่งเข้ากองทุนและเงินเพิ่มของเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่งเข้ากองทุน กรณีนี้นายจ้างไม่มีสิทธิเรียกให้ลูกจ้างจ่ายเงินสมทบเอง ย้อนหลังไปตั้งแต่เดือนที่ตนเองมิได้ดำเนินการ  สำหรับผู้ประกันตน แม้นายจ้างมิได้นำส่งเงินสมทบ ลูกจ้างมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองจากกองทุประกันสังคม

          ๕. นำส่งเงินสมทบ   นายจ้างจะต้องนำเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตนที่นายจ้างได้หักไว้นั้น รวมทั้งเงินสมทบในส่วนที่นายจ้าง นำส่งสำนักงานประกันสังคม ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงินสมทบไว้

          ๖. หน้าที่จ่ายเงินเพิ่ม  กรณีที่นายจ้างไม่ได้นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ภายในวันที่ ๑๕  ของเดือนถัดจากเดือนที่นายจ้างหักเงินสมทบไว้ หรือกรณีที่นายจ้างนำส่งไม่ครบจำนวน  นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ ๒ ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่นำส่งหรือ ที่ยังขาดอยู่  อย่างไรก็ตาม  แม้กฎหมายจะกำหนดให้นายจ้างนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดจากเดือนที่นายจ้างหักเงินสมทบไว้ก็ตาม กฎหมายประกันสังคมยังทอดระยะเวลาให้อีก ๑๔ วันในการนำส่งเงินสมทบโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม  
แต่ถ้าครบ ๑๕ วัน ถือว่านายจ้างค้างชำระเงินสมทบ ๑  เดือน นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ  ๒  ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้างชำระ

          ๗. หน้าที่ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง  เป็นกรณีที่ข้อเท็จจริงต่างๆ  เกี่ยวกับกิจการของนายจ้างที่นายจ้างเคยแจ้งต่อสำนักงานประกันสังคมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและกฎหมายกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้น เช่น  

          (๑) ข้อเท็จจริงในส่วนของนายจ้าง ในการเข้าสู่ระบบประกันสังคม กฎหมายกำหนดให้นายจ้างยื่นแบบขึ้นทะเบียนนายจ้างซึ่งในแบบดังกล่าวจะปรากฏรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของนายจ้าง ไม่ว่าจะเป็นชื่อสถานประกอบการ ที่อยู่ รายชื่อเจ้าของกิจการ หุ้นส่วนหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล (กรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล) จำนวนลูกจ้าง ชื่อและจำนวนสำนักงานสาขา ประเภทของการประกอบกิจการ เป็นต้น ต่อมาเมื่อข้อเท็จจริงดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป เช่น มีการย้ายสถานประกอบการ หยุดกิจการชั่วคราว เลิกประกอบกิจการ เปลี่ยนชื่อสถานประกอบการ เปลี่ยนผู้มีอำนาจลงนาม เปลี่ยนผู้รับมอบอำนาจ เพิ่มจำนวนสาขา ยกเลิกสาขา กรณีดังนี้กฎหมายกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง

          (๒) ข้อเท็จจริงของผู้ประกันตน เมื่อนายจ้างยื่นแบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนด้วย ซึ่งในแบบดังกล่าวจะปรากฏรายละเอียด ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตน เช่น ชื่อชื่อสกุล วัน เดือน ปี เกิด เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ สถานภาพ ครอบครัว เป็นโสด สมรส หรือหม้าย มีบุตรหรือไม่ จำนวน   กี่คน เป็นต้น ต่อมาเมื่อข้อเท็จจริงของลูกจ้างดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป เช่น คำนำหน้านาม ชื่อสกุล สถานภาพครอบครัว จำนวนบุตร

          หน้าที่ในการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนี้ นายจ้างต้องกระทำภายในวันที่ ๑๕  ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น เดือนพฤษภาคม นายจ้างได้มีการขยายกิจการโดยเพิ่มจำนวนสาขา หรือได้มีการย้ายสำนักงานไปที่แห่งใหม่ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาใดของเดือนกันยายน ก็ตาม นายจ้างจะต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง ต่อสำนักงานประกันสังคมภายในวันที่  ๑๕   ของเดือนมิถุนายน

          ในกรณีที่นายจ้างไม่แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการ ภายใน วันที่  ๑๕  ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง นายจ้างมีความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้น  ถ้านายจ้างได้แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่แจ้งข้อความไม่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง นายจ้างยังต้องมีความผิดระวางโทษ เช่นเดียวกับกรณีที่นายจ้างไม่แจ้ง เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง

          ๘. หน้าที่ในการจัดทำทะเบียนผู้ประกันตน  โดยกรอกรายละเอียดของผู้ประกันตน ตามแบบทะเบียนผู้ประกันตน คือ เลขที่บัตรประกันสังคมของผู้ประกันตน (เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน) ระบุชื่อ  ชื่อสกุล วันเดือน ปี เกิด วันที่เริ่มจ้างและวันสิ้นสุดการจ้างคือวันที่ลูกจ้างลาออกจากงานและเก็บรักษาไว้  ณ  ที่ทำงานของนายจ้างเพื่อแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในเวลาที่มีการตรวจสถานประกอบการ การจัดทำทะเบียนผู้ประกันตนเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการตรวจตราให้การดำเนินการคุ้มครองผู้ประกันตนบรรลุตามเจตนารมณ์ของกฎหมายประกันสังคม      
กรณีที่นายจ้างไม่จัดทำทะเบียนผู้ประกันตนและไม่ได้เก็บรักษาไว้  ณ  ที่ทำงาน
ของนายจ้าง  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

          ๙. หน้าที่เป็นผู้รับการตรวจที่ดี  พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม มีอำนาจที่จะเข้าไปตรวจสอบสถานประกอบการ  ๒  ลักษณะ  คือ   

          ประการแรก  คือ ตรวจตามปกติ เป็นการตรวจเยี่ยมสถานประกอบการเพื่อชี้แจงแนะนำให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายประกันสังคมให้ถูกต้อง  

          ประการที่สอง คือ  ตรวจตามคำร้องขอหรือคำร้องเรียน การตรวจในลักษณะนี้พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเมื่อมี คำขอหรือการร้องเรียนจากบุคคลทั่ว ๆ ไป  โดยในการเข้าตรวจสถานประกอบการพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังนี้

          (๑)  มีอำนาจเข้าไปในสถานประกอบการหรือสำนักงานของนายจ้าง สถานที่ทำงานของลูกจ้าง จุดประสงค์ที่เข้าไปก็เพื่อตรวจสอบหรือสอบถามข้อเท็จจริง  ตรวจสอบทรัพย์สินหรือเอกสารหลักฐาน ถ่ายภาพ  ถ่ายสำเนาเอกสารที่เกี่ยวกับการจ้าง  การจ่ายค่าจ้าง  ทะเบียนลูกจ้าง การจ่ายเงินสมทบ

          และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องหรือนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ หรือกระทำการอย่างอื่นตามสมควรเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในอันที่จะปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายประกันสังคม ดังนั้น หากพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปเพื่อจุดประสงค์อื่น นายจ้างมีสิทธิที่จะขัดขวางไม่อนุญาตให้เข้าไปในสถานที่อันเป็นของนายจ้างได้ และที่สำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องอยู่ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในระหว่างเวลาทำ การของลูกจ้างเท่านั้น

          (๒) มีอำนาจตรวจค้นสถานที่หรือยานพาหนะ  พนักงานเจ้าหน้าที่จะใช้อำนาจนี้ได้จะต้องมีข้อสงสัยและมี เหตุอันทำให้เชื่อได้ว่ามีทรัพย์สินของนายจ้างที่ไม่นำส่งเงิน สมทบ เงินเพิ่มหรือนำส่งไม่ครบจำนวนเก็บไว้หรือซุกซ่อนไว้ในสถานที่หรือยานพาหนะนั้น  ซึ่งการทำหน้าที่นี้ก็จะต้องกระทำในระหว่างเวลาทำการหรือในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเช่นกัน เว้นแต่ ในกรณีที่ค้นยังไม่แล้วเสร็จ ก็สามารถทำการค้นต่อไปได้ มีข้อสังเกตว่าสถานที่หรือยานพาหนะที่พนักงานเจ้าหน้าที่  มีอำนาจตรวจค้นได้นี้  ไม่ได้หมายถึงเฉพาะสถานที่หรือยานพาหนะของนายจ้างเท่านั้น แต่รวมถึงสถานที่หรือยานพาหนะของบุคคลใด ๆ ก็ได้ ที่มีข้อสงสัยและเหตุที่น่าเชื่อได้ว่ามีทรัพย์สินของนายจ้างเก็บไว้หรือซุกซ่อนอยู่ในสถานที่หรือยานพาหนะนั้น ๆ

          (๓) มีอำนาจทำหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือสิ่งอื่นที่ จำเป็นมาเพื่อประกอบการพิจารณา การใช้อำนาจนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับอำนาจในการตรวจสอบสถานที่หรือยานพาหนะ เพราะการมีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารนั้น  ไม่ได้หมายถึงเฉพาะตัวนายจ้างเท่านั้น แต่รวมถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องการตรวจสอบ  ซึ่งการใช้อำนาจนี้เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนถูกต้องก่อนที่จะดำเนินการกระบวนพิจารณาในขั้นตอนต่อไป ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างได้  ดังนั้น  หากนายจ้างหรือบุคคลใดได้รับหนังสือหรือถูกเรียกไปให้  ถ้อยคำก็ควรที่จะรีบดำเนินการตามเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด เพราะกรณีอย่างนี้ย่อมถือได้ว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ให้โอกาสนายจ้างในการโต้แย้งหรือแสดงข้อเท็จจริงแล้ว

          (๔) อำนาจในการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของนายจ้าง  นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบและนำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมภายในวันที่  ๑๕  ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงินสมทบไว้  ถ้านายจ้างไม่นำส่งเงินสมทบหรือนำส่งไม่ครบจำนวนภายในเวลาที่กำหนด  นายจ้างจะต้องรับผิดจ่ายเงินเพิ่มอีกในอัตราร้อยละ ๒ ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่นำส่งหรือที่ยังขาดอยู่ นอกจากนั้นหาก

          พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีคำเตือนแล้ว  แต่นายจ้างยังเพิกเฉย เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมมีอำนาจออกคำสั่งยึด อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาชำระเป็นเงินสมทบหรือเงินเพิ่มที่ค้างชำระ

          ดังกล่าว  และเมื่อเลขาธิการออกคำสั่งแล้ว  ก็ย่อมเป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการตามคำสั่งของเลขาธิการ โดยไม่จำเป็นต้องยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำบังคับแต่อย่างใด

          ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายประกันสังคม พนักงานเจ้าหน้าที่มีฐานะเป็น “เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา” หมายความว่า ผู้ใดดูหมิ่นพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือต่อสู้ ขัดขวางหรือข่มขืนใจพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่หรือให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ผู้นั้นมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย


มีผู้อ่านบทความนี้แล้ว 4076 คน 

DST
  ความคิดเห็นที่ 6. โดย miki   E-mail  เมื่อ : 2553-06-21 17:17:11
ขออนุญาตถามหน่อยนะคะ...คือว่าเปิดบริษัทใหม่แล้วจะยื่นเรื่องเข้าประกันสังคมและยื่นขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนจะต้องทำอย่างไรบ้างคะเพราะว่าได้โทรติดต่อไปที่ต้นสังกัดแต่โทรศัพท์สายไม่ว่างตลอดก็เลยไม่แน่ใจจะสอบถามได้ที่ไหน...เปิดบริษัทแถวๆถนนศรีนครินทร์ค่ะ....รบกวนตอบหน่อยนะคะ....

  ความคิดเห็นที่ 5. โดย ทวีชัย พรแพงจันทร์   E-mail  เมื่อ : 2553-04-07 20:19:01
กรณีที่ นายจ้างไม่มีลูกจ้างแล้ว (ลาออก) และยังไม่มีการจ้างเข้ามาใหม่ ในเดือนถัดไป นายจ้าง ต้องนำส่งเงินสมทบในส่วนของนายจ้างอีกหรือไม่เพราะไม่มีพนักงาน แล้ว หากต้องนำส่ง นำส่งด้วยยอดเงินเท่าใด เพราะเหตุใด และจะกรอกแบบโดยใช้แบบใด

  ความคิดเห็นที่ 4. โดย kachorn   E-mail  เมื่อ : 2553-02-26 10:03:59
ลูกจ้างเข้าทำงานไม่ครบเดือน ต้องหักเงินประกันสังคมเท่าไรครับ เช่น บริษัทฯ มีกำหนดจ่ายเงินลูกจ้าง 2 รอบ ดังนี้ วันที่ 11 - 25 จ่าย วันที่ 5 และ วันที่ 26 - 10 จ่าย วันที่ 20 แต่ ลูกจ้างเข้างานวันที่ 18 มกราคม 2553 ซึ่งจะตัดเงินค่าจ้างในรอบแรก ดังนั้น นายจ้างต้องหักเงินสมทบของลูกจ้างเท่าใด รบกวนหน่อยครับ เพราะงงมากเลยครับ

  ความคิดเห็นที่ 3. โดย ณัฐวดี เรืองขจร   E-mail  เมื่อ : 2553-02-15 15:19:27
ขอเรียนถามว่า กรณีลูกจ้างลาออกจากบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กพ.53 แล้ว เมื่อวันที่ 15 กพ.53 ได้ไปขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน ทาง สนง.ประกันสังคมแจ้งว่างบริษัทฯ ยังไม่ได้แจ้งการลาออกของพนักงาน ทั้งนี้ รวมเวลาที่ลูกจ้างได้ลาออกจากบริษัทฯ เป็นเวลา มาถึง 15 วันแล้ว แต่ยังไม่เกิน 30 วัน อยากทราบว่า นายจ้างจะมีความผิดหรือไม่ กรณีที่ลูกจ้าง ไปขึ้นทะเบียนประกันตนการว่างงาน อาจทำให้ล่าช้าหรือเสียสิทธิ์ในการได้รับผลประโยชน์ทดแทน ถ้าหากนายจ้างยังไม่มาแจ้งการลาออกจาเป็นพนักงานของลูกจ้างจนเลยไป 30 วัน จะถือว่านายจ้างมีความผิดหรือไม่ และหากนายจ้างไม่ยอมส่งเงินประกันสังคมเดือนสุดท้ายของพนักงานที่ลากออก จะทำให้นายจ้างมีความผิดหรอืไม่ อย่างไร

  ความคิดเห็นที่ 2. โดย นวพร มหัทธนธรรม   E-mail  เมื่อ : 2553-01-26 16:40:32
ขอเรียนถามว่าร้านค้าฯที่ต้องให้ลูกจ้างเข้าประกันสังคม จะต้องลูกน้องกี่คน(ตามที่กฏหมายกำหนด)ค้นหาดูจากกฏหมายหัวข้ออะไร ขอบคุณค่ะ

  ความคิดเห็นที่ 1. โดย jarouk jansom   E-mail  เมื่อ : 2552-09-27 08:11:13

กรณีลูกจ้างรายวัน (1) ทำงานวันหยุดได้รับค่าจ้าง 2 เท่า (2) ทำงานวันนักขัตฤกษ์ได้ค่าจ้าง 2 เท่า (3) วันนักขัตฤกษ์ไม่ทำงาน ได้รับค่าจ้าง 1 เท่าปกติ

อยากทราบว่าเงินได้เหล่านี้นำมาคำนวณหักเงินสมทบประกันสังคมหรือไม่?

 



DST : Comment
DST : Comment
ชื่อ :  *
E-mail :  *
กรอกตัวอักษร Verify Code Verify Code
* DST : Verify Code
Letters Case-Sensitive
  
DST
DST DST
DST
DST : Bank Image
Home : / About Us : / Contact :   
DST : Bank Image
DST : Banner Columnits
DST : Point ใคร? คือนายจ้าง และนายจ้างมีหน้าที่อย่างไร? ในงานประกันสังคม [ตอนที่ 3] ตอนจบ
DST : Bar 270 px
DST : Point ใคร? คือนายจ้าง และนายจ้างมีหน้าที่อย่างไร? ในงานประกันสังคม [ตอนที่ 2]
DST : Bar 270 px
DST : Point ใคร? คือนายจ้าง และนายจ้างมีหน้าที่อย่างไร? ในงานประกันสังคม [ตอนที่ 1]
DST : Bar 270 px
DST : Point SMEs เสียภาษีสรรพากรอย่างไร
DST : Bar 270 px
DST : Point คุยกับ มิสเตอร์ CPD ประจำเดือน กรกฎาคม 2548
DST : Bar 270 px
DST : Point คุยกับ มิสเตอร์ CPD ประจำเดือน มิถุนายน 2548
DST : Bar 270 px
DST : Point คุยกับ มิสเตอร์ CPD ประจำเดือน พฤษภาคม 2548
DST : Bar 270 px
DST : Point ลูกจ้างวุ่นวายกับเจ้านายเย็นชา
DST : Bar 270 px
DST : Point เชือดลูกจ้างเซ่นสุวรรณภูมิ
DST : Bar 270 px
DST : Point สิทธิของผู้ประกันตน...กรณีว่างงาน
DST : Bar 270 px
DST : Point การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
DST : Bar 270 px
บทความทั้งหมด 11 บทความ DST : Img More
DST : IMG FOOTER
 
 
DST IMG : Right Top
DST IMG : Left Foot
สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๔๔ บริษัทธรรมนิติจำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ
กรุณาอ่าน ข้อจำกัดความรับผิด ของเรา web analytics
This Page Took 0.042099 Seconds to load. Valid XHTML 1.0 Transitional Valid CSS!
DST IMG : Right Foot