|
เขียนโดย กองบรรณาธิการ
|
|
วันพุธที่ 03 สิงหาคม 2011 เวลา 10:25 น. |
|
นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเช้าวันนี้ แนะรัฐบาลปูสานต่อนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก และสร้างพัฒนายุทธศาสตร์อาหารแห่งชาติ เพื่อรองรับกับการเพิ่มของพลเมืองโลก ที่จะเป็น 7,000 ล้านคนในศตวรรษนี้
นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าภายใต้ความล้มเหลวของแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่ฉบับที่ 1 จนถึงฉบับนี้ ที่เลิกล้มหนทางพัฒนาประเทศไทย 2 แนวทางของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 คือแนวทางสร้างชาติเป็นมหาอำนาจทางเกษตรอุตสาหกรรม และแนวทางสร้างชาติเป็นมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมบริการ หันมาเดินหนทางอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยไม่มีรากฐานใด ๆ เลย ทำให้ภาคเกษตรและภาคบริการของประเทศไทยถูกทอดทิ้งไร้การเหลียวแล ถูกเอาเปรียบย่ำยี และหันไปทุ่มเทอุ้มชูแนวทางอุตสาหกรรมแทน จนประเทศไทยใกล้สิ้นเนื้อประดาตัวเพราะได้ก่อให้เกิดรายจ่ายจำนวนมหาศาล เช่น รายจ่ายนำเข้าพลังงานได้เพิ่มสูงเป็นรายจ่ายลำดับหนึ่งของประเทศไทยไปแล้ว และมาถึงขั้นวิกฤตแล้ว หากหยุดยั้งไม่ได้ประเทศไทยก็ล่มจมแน่ ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ก็ยังไร้ทิศทางเหมือนเดิม มีแต่เรื่องนามธรรมที่พร้อมปรับตัวรับใช้นักการเมืองโดยมิได้มีจุดยืนอยู่ กับความเป็นจริงของประเทศชาติเลย
นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าแม้รัฐบาลจะทอดทิ้งทั้งสองภาคส่วน แต่ปรากฏว่าประชาชนกรโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จะทำให้โลกขาดอาหาร ประเทศจีนจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์อาหารขึ้นมาแล้ว แต่รัฐบาลไทยยังเฉยเมย ในขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดปี 2553 ก็ปรากฏว่ารายได้ภาคบริการของประเทศมีอัตราส่วนสูงถึง 43% ของ GDP ทั้งๆ ที่ภาคอุตสาหกรรมบริการไทยถูกรีดไถข่มเหงรังแกและถูกจำกัดสารพัด ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับปรุงแนวทางนโยบายการพัฒนาประเทศไทยเสีย ใหม่ หันกลับมาอัญเชิญธงชัยสองผืนของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 นำพาประเทศไปสู่แนวทางสร้างชาติ เป็นมหาอำนาจทางเกษตรอุตสาหกรรม (เกษตรกรรมแปรรูป) และการสร้างชาติเป็นมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมบริการ ถ้าเดินแนวทางสองแนวทางนี้อย่าว่าแต่ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทเลย แม้ 500 บาท ก็ยังทำได้
นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าผลการประมวลความคิดเห็นของทั่วโลกขณะนี้ปรากฏว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลก และกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีอาหารอร่อยที่สุดในโลก นอกจากนั้นยังมีรายละเอียดอีกว่าอาหารที่เลิศที่สุดของโลกคือแกงมัสมั่นของ ไทย และยังมีอาหารไทยอีกหลายชนิด ไม่ว่าต้มยำกุ้ง ผัดไทย ลาบ น้ำตก แกงไก่ เป็นต้น ในจำนวนอาหารที่ชาวโลกนิยมกลายเป็นว่าอาหารไทยยอดเยี่ยมที่สุดและมีจำนวน อาหารมากที่สุดด้วย และถ้ารวมทั้งผลไม้ตลอดจนของหวาน ประเทศไทยก็ยังเป็นเลิศที่สุด เพียงแต่รัฐบาลไม่ส่งเสริม
นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าเมื่อครั้งรัฐบาลพรรคไทยรักไทย คุณทักษิณได้ประกาศและผลักดันครัวไทยสู่ครัวโลก แต่ทำไปไม่ตลอด นี่คือการเดินหนทางตามธงชัยของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่จะทำให้ประเทศไทยมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ดังนั้นรัฐบาลปูจึงควรสืบสานนโยบายนี้ก็จะสอดคล้องกับผลสำรวจทั่วโลกดัง กล่าวแล้ว
นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าแม้ว่าอาหารไทยจะยอดเยี่ยมที่สุดในโลก แต่ประเทศไทยกลับไม่มีสถาบันมาตรฐานอาหาร ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นจะต้องตั้งสถาบันมาตรฐานอาหารเพื่อสร้างมาตรฐานอาหารไทย ที่ยอดเยี่ยม และรวบรวมฝีมือการปรุงรสอันดับหนึ่งของประเทศมาเป็นแบบมาตรฐานของชาติ
นายไพศาล พืชมงคล กล่าว่ว่าแม้ว่าอาหารไทยจะยอดเยี่ยมที่สุดในโลกแต่ประเทศไทยกลับไม่มี องค์การอาหารแห่งชาติ ที่จะแสวงหารวบรวมวัตถุดิบหรือเครื่องปรุงอาหารไทยเพื่อจำหน่ายขายให้กับ เครือข่ายครัวไทยทั่วประเทศและทั่วโลก ซึ่งจะเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล ทั้งนี้เพราะในโลกทุกวันนี้มีครัวไทยกว่า 10,000 แห่ง แต่กลับขาดวัตถุดิบและเครื่องปรุงอาหารไทย ต่างคนต่างดิ้นรนหากันไปและไม่พอเพียง รวมทั้งไม่มีคุณภาพ ดังนั้นรัฐบาลจึงพึงตั้งองค์การอาหารแห่งชาติเพื่อรับผิดชอบในเรื่องนี้
นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าแม้ว่าอาหารไทยจะยอดเยี่ยมที่สุดในโลก แต่ประเทศไทยกลับไม่มีองค์กรครัวไทยที่ผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้และการตบแต่ง ครัวไทยให้มีมาตรฐานต่างๆ กัน ที่สามารนำไปใช้ได้ทั่วประเทศและทั่วโลก ครัวไทยทุกแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศล้วนดำเนินการไปตามยถาบุญยถากรรม ทั้งสิ้น หากรัฐบาลนี้ตั้งองค์การนี้ขึ้นก็จะเกิดการจ้างงานทั่วประเทศ และสามารถนำวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ มาปรับปรุงพัฒนาสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือเครื่องครัวและของใช้ในครัวไทยทั่ว ประเทศและทั่วโลกด้วย
นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าผลไม้ไทยเป็นผลิตผลของบรรพบุรุษที่เลือกถิ่นที่ตั้งของประเทศ ไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้ผลไม้ไทยมีคุณสมบัติวิเศษกว่าผลไม้ของชาติอื่น ๆ คือมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ไม่ว่าข้าวไปถึงพริกขี้หนู ล้วนมีกลิ่นหอมพิเศษทั้งสิ้น ใครจะปลอมแปลงลอกเลียนไม่ได้ แต่รัฐบาลไม่เอาใจใส่ในการส่งเสริมและพัฒนา จึงทำให้ประเทศไทยดีแต่ผลิต แต่ขาดวงจรในการแปรรูป ในการถนอมอาหาร และในการจัดจำหน่ายไปทั่วโลก ทำเรื่องนี้ได้เมื่อใดเกษตรกรไทยก็มั่งคั่งเมื่อนั้น
นายไพศาล พืชมงคล กล่าวอีกว่ายิ่งของหวานไทยแล้วมีความล้ำเลิศยิ่งกว่าของหวานของชาติอื่น ๆ แต่ไม่เคยได้รับการส่งเสริม หากได้มีการจัดทำทำเนียบของหวานไทยให้ครบถ้วนและส่งเสริมสนับสนุนอย่างจริง จัง ให้สถานทูตไทยทุกแห่งทั่วโลกรับหน้าที่รณรงค์เผยแพร่สร้างหนังละครรองรับทาง ด้านวัฒนธรรม ในขณะที่ภายในประเทศก็แปรรูปออกขายทั่วโลก มีหรือที่ประเทศไทยจะไม่มั่งคั่งรุ่งเรือง.
ที่มา::www.paisalvision.com
ขอบคุณภาพประกอบบทความจาก Internet ครับ
|