| Save Energy - Save Money |
| วันพุธที่ 31 มีนาคม 2010 เวลา 14:15 น. |
|
ปัจจัย 4 คือ สิ่งที่ตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค เราทุกคนต้องอาศัยปัจจัยเหล่านี้ในการดำรงชีวิต ซึ่งหากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป จะทำให้เราดำรงชีวิตด้วยความยากลำบาก แต่..ในยุคนี้คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการดำรงชีวิตของเรานั้นไม่ได้มีแค่ 4 ปัจจัยหลักเท่านั้น แต่เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลง มนุษย์เราทุกคนย่อมล้วนต้องการความสะดวกสบาย นักประดิษฐ์ทั้งหลายได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ผลิตเครื่องมือเครื่อใช้ที่ทันสมัย มาตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ "รถ" ทั้งรถมอเตอร์ไซด์ รถยนต์ รถแวน จึงถึงรถบรรทุก เพื่อใช้เป็นพาหนะสำหรับการเดินทาง ทำให้หลายๆ คนให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ จนเกือบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของการดำรงชีวิต ไม่มีก็ไม่ถึงตาย แต่ไม่สบายกายเท่านั้นเอง เมื่อ หลายเดือนที่ผ่านมา เวลาขับรถผ่านปั๊มน้ำมันแล้วมันเศร้าใจบอกไม่ถูกเลยใช่มั้ยคะ เพราะราคาน้ำมันนั้นพุ่งสูงเร็วยิ่งกว่าราคาซื้อขายหุ้นเสียอีก ก็เขาเล่นขึ้นราคากันรายวัน เมื่อก่อนนั้นสำหรับใครที่ขับรถญี่ปุ่นเติมน้ำมันเต็มถังก็ไม่ถึง 1,000 บาท แต่พอมา พ.ศ.นี้ เติม 1,000 บาทยังไม่ถึงครึ่งถังเลย บางคนจึงหันมาใช้บริการรถเมล์ รถไฟฟ้าทั้งใต้ดิน-บนดิน เพราะสบายเงินในกระเป๋ากว่าเยอะ แต่อีกหลายคนยังมีความจำเป็นต้องใช้รถกันอยู่ก็ต้องทำใจกันต่อไป ถ้าอย่างนั้นเรามาใช้วิธีการที่จะใช้รถให้ประหยัดน้ำมันกันดีกว่า นอกจากจะประหยัดเงินแล้วยังเป็นการรักษารถสุดที่รักของคุณให้มีอายุการใช้ งานนานขึ้นอีกด้วยค่ะ - สำหรับนักซิ่ง ช่วงนี้คงต้องลดความเร็วลงมา อย่าขับรถเร็วมากนัก คุณควรรักษาความเร็วไว้แค่ 90 กม./ชั่วโมง ก็พอ จะสามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 10%-15% เชียวนะคะ (ใช้ความเร็ว 110 กม./ชั่วโมง จะใช้น้ำมันมากขึ้น ประมาณ 17%) - เติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนเหมาะสมกับเครื่องยนต์ของคุณ - สถานที่ใดที่ไม่เคยไป คุณจะต้องศึกษาเส้นทางก่อน โดยสอบถามทางจากเพื่อนๆ และคนใกล้ชิด หรือศึกษาด้วยตัวเองก็แสนง่ายดาย แค่ใช้ internet เข้าไปใน www.thaigoogleearth.com หรือ www.bangkoktourist.com ในเว็บไซด์นี้จะบอกคุณทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางลัดต่างๆ ในกรุงเทพและปริมณฑล สำคัญที่สุด! คุณต้องใช้สติ คิดและวางแผนก่อนว่าจะไปที่ไหน ซึ่งจะช่วยให้คุณไปถึงที่หมายได้เร็วขึ้นและไม่สิ้นเปลืองน้ำมัน ซึ่งผลสำรวจพบว่าถ้าคุณขับรถหลงทางเพียง 10 นาที จะสิ้นเปลืองน้ำมันถึง 500 ซีซี. เชียวนะคะ - เวลาขับรถใกล้จะถึงทางแยก ทางม้าลาย หรือหลังเต่า(ตามซอยต่างๆ ) ควรจะชะลอความเร็วเสียแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่ว่าใกล้ถึงแล้วจึงค่อยลดความเร็วหรือเหยียบเบรกจนมิด ถ้าเช่นนั้นคุณต้องเสียเงินค่าเปลี่ยนผ้าเบรกเร็วกว่ากำหนดแน่ๆ ค่ะ - หากต้องจอดรถรอเกินกว่า 3-4 นาทีขึ้นไป ควรดับเครื่องยนต์ เพียงจอดรถทิ้งไว้ 5 นาทีทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันถึง 0.3 ลิตรเชียวนะคะ การดับเครื่องนอกจากประหยัดน้ำมันแล้วยังถนอมเครื่องยนต์ไม่ให้ร้อนจัดอีก ด้วย - ในตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน สตาร์ทรถแล้วควรอุ่นเครื่องยนต์ประมาณ 1-2 นาทีเพื่อให้เครื่องยนต์พร้อมที่จะทำงาน การอุ่นเครื่องจะทำให้ระบบหล่อลื่นทำงานดีขึ้น - ตรวจวัดลมยางอยู่เสมอ ควรเติมลมยางให้ได้ตามกำหนดมาตรฐานทั้งล้อหน้าและล้อหลังเพราะถ้าลมยาง อ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางมีความเสียดสีมากทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก แต่ถ้าเติมลมยางแข็งเกินไปจะเป็นอันตรายต่อการขับขี่ เพราะจะทำให้หน้ายางเสียดสีกับพื้นถนนน้อยเกินไป ยิ่งเวลาขับบนถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ รถของคุณจะได้รับการสะเทือนมากอาจทำให้ยางระเบิดได้ จึงควรเช็คลมยางทุกสัปดาห์ หรือทุกครั้งที่คุณเข้าไปเติมน้ำมันก็ได้ - ตรวจเช็คและตั้งเครื่องยนต์ตามกำหนดเวลา (Tune-up) ปีละ 1 ครั้ง สามารถประหยัดน้ำมันได้ 10% คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ไม่ต่ำกว่า 250 บาทต่อเดือนต่อคัน หรือสามารถประหยัดน้ำมันได้ถึงปีละ 3,000 บาท - หมั่นตรวจไส้กรอง เพราะไส้กรองเป็นส่วนสำคัญในการที่จะถ่ายเทอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยาภายใน เครื่อง ถ้าไส้กรองชำรุดหรืออุดตันจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าปกติ จึงควรทำความสะอาดไส้กรองทุก 2,500 กม. - เลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ได้มาตรฐานและเปลี่ยนเมื่อครบระยะเวลาการใช้งาน จะช่วยถนอมเครื่องยนต์ ควรเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นทุก ๆ ระยะ 5,000 กม. - จำไว้ว่ารถยนต์ไม่ใช่ห้องเก็บของเครื่องที่ สิ่งของที่ไม่จำเป็นก็ไม่ควรใส่ไว้ในรถ (น้ำหนักบรรทุกเกินเพียง 50 กก. ทำให้ระยะทางที่วิ่งได้ต่อน้ำมัน 1 ลิตร สั้นลง 1 กม.) - Car Pool ทางเดียวกันก็ไปด้วยกัน ประหยัดน้ำมันและยังมีเพื่อนคุยระหว่างขับรถอีกด้วยค่ะ น้ำมันราคาแพงขึ้นทุกวัน เลือกซื้อรถต้องเหมาะสมกับการใช้งาน แล้วลองคิดดูสิคะว่าถ้าวันใดที่น้ำมันราคาลิตรละ 100 บาท เราจะทำยังไง?.... ขี่ม้าดีมั้ยคะ เท่! ดี |